เห็ดหลินจือ vs เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Lion’s Mane) ต่างกันยังไง? สารสำคัญ หลักฐานเรื่องภูมิคุ้มกันกับสมอง ตัวไหนเหมาะกับใคร กินคู่กันได้ไหม และยาที่ต้องระวัง

เห็ดหลินจือ (Reishi) กับเห็ดยามาบูชิตาเกะ (Lion’s Mane / เห็ดปุยฝ้าย / เห็ดหัวลิง) ต่างกันที่สารสำคัญและด้านที่ถูกศึกษา — หลินจือมีเบต้ากลูแคนและสารรสขมกลุ่มไตรเทอร์พีน ถูกศึกษาเรื่อง การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และความรู้สึกผ่อนคลาย ส่วนยามาบูชิตาเกะมีสารเฮอริซีโนนและเอรินาซีน ถูกศึกษาเรื่อง สมอง ความจำ และเส้นประสาท · ทั้งสองตัว กินคู่กันได้โดยทั่วไป แต่ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยาความดัน หรือยากดภูมิ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน · และหลักฐานในคนของทั้งคู่ยังเป็นงานขนาดเล็ก ไม่ใช่ยารักษาโรค

เบต้ากลูแคน
หลินจือ
+ ไตรเทอร์พีน
เฮอริซีโนน
ยามาบูชิตาเกะ
+ เอรินาซีน
กินคู่ได้
ระวัง
ยาละลายลิ่มเลือด

เรื่องแรกคือตารางเทียบ ว่าสองเห็ดนี้ต่างกันอย่างไร · เรื่องที่สองคือสารสำคัญและหลักฐานของแต่ละตัว · เรื่องที่สามคือเลือกตัวไหนตามเป้าหมาย · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กันได้ไหม โทษ และยาที่ต้องระวัง · ถ้าอยากเห็นภาพรวมของเห็ดสมุนไพรทุกชนิดก่อน อ่าน เห็ดสมุนไพรคืออะไร

1 ตารางเทียบตรง ๆ: เห็ดหลินจือ vs เห็ดยามาบูชิตาเกะ

ประเด็น เห็ดหลินจือ (Reishi) เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Lion’s Mane)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ganoderma lucidum และสายพันธุ์ใกล้เคียง Hericium erinaceus
หน้าตา / การกิน เห็ดแข็งคล้ายไม้ รสขม ไม่กินเป็นอาหาร ใช้ต้มหรือสกัด เห็ดนุ่มสีขาวเป็นพู่ กินเป็นอาหารได้ รสคล้ายอาหารทะเล
สารสำคัญที่พูดถึง เบต้ากลูแคน (โพลีแซ็กคาไรด์) ไตรเทอร์พีนกลุ่มกรดกาโนเดอริก เฮอริซีโนน (ในดอกเห็ด) เอรินาซีน (ในเส้นใย) และเบต้ากลูแคน
ด้านที่ถูกศึกษามาก การทำงานของภูมิคุ้มกัน ความเหนื่อยล้า ความรู้สึกผ่อนคลาย ความจำ ความคิด การทำงานของเส้นประสาท อารมณ์
หลักฐานในคน งานขนาดเล็ก ผลไม่สอดคล้อง งานทบทวนรวบรวมยังสรุปไม่ได้ งานขนาดเล็กมาก ผลเบื้องต้นน่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นงานในห้องทดลอง
ขนาดในงานวิจัย (เชิงช่วง) สารสกัดราว 1–5 กรัมต่อวัน ขึ้นกับชนิดสารสกัด ผงดอกเห็ดราว 1–3 กรัมต่อวัน
โทษที่ต้องรู้ ท้องไส้ ปากแห้ง ผื่น มีรายงานตับอักเสบจากผงหลินจือ ระวังยาละลายลิ่มเลือด ท้องไส้ ผื่นแพ้ในผู้แพ้เห็ด ข้อมูลระยะยาวน้อย

สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าเป้าหมายคือดูแลภูมิคุ้มกันและการฟื้นตัว คนมักนึกถึงหลินจือ ถ้าเป้าหมายคือสมองและความจำ คนมักนึกถึงยามาบูชิตาเกะ แต่ หลักฐานของทั้งคู่ยังไม่ถึงระดับที่ใช้แทนการรักษาโรค ให้มองเป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้น

2 เห็ดหลินจือ คือ อะไร และหลักฐานบอกอะไร

เห็ดหลินจือ ถูกใช้ในตำรับจีนและญี่ปุ่นมานาน สารที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ เบต้ากลูแคน ซึ่งในห้องทดลองมีผลต่อเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิด และ ไตรเทอร์พีน ที่ให้รสขม ซึ่งถูกศึกษาเรื่องต้านการอักเสบและผลต่อความดันในห้องทดลอง

งานวิจัยในคนยังเป็นงานขนาดเล็ก บางงานพบค่าตัวชี้วัดภูมิคุ้มกันบางตัวเปลี่ยนไป บางงานพบความรู้สึกเหนื่อยล้าลดลง แต่งานทบทวนรวบรวมของ Cochrane เรื่องปัจจัยเสี่ยงหัวใจและหลอดเลือด (2015) ไม่พบผลที่ชัดเจน ข้อสรุปตรง ๆ คือหลินจือยังเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่ยา

อ่านพื้นฐานเพิ่มที่ เห็ดหลินจือ คืออะไร และเรื่องเวลากินที่ เห็ดหลินจือกินตอนไหน

3 เห็ดยามาบูชิตาเกะ คือ อะไร และหลักฐานเรื่องสมอง

เห็ดยามาบูชิตาเกะ หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อเห็ดปุยฝ้ายหรือเห็ดหัวลิง เป็นเห็ดที่กินเป็นอาหารได้ จุดที่ทำให้ได้รับความสนใจคือสาร เฮอริซีโนน ในดอกเห็ด และ เอรินาซีน ในเส้นใยเห็ด ซึ่งในห้องทดลองกระตุ้นการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวกับการเจริญของเซลล์ประสาท (NGF)

งานในคนที่มักถูกอ้างถึงคืองานของ Mori และคณะ (2009) ในญี่ปุ่น ผู้สูงอายุที่ความจำถดถอยเล็กน้อย 30 คน กินผงดอกเห็ด 3 กรัมต่อวันนาน 16 สัปดาห์ พบคะแนนแบบทดสอบความคิดดีขึ้นกว่ายาหลอก แต่ ค่ากลับลดลงหลังหยุดกิน 4 สัปดาห์ และเป็นงานขนาดเล็กมาก จึงยังสรุปเป็นข้อแนะนำทั่วไปไม่ได้

  • ดอกเห็ด vs เส้นใย — สารสำคัญต่างกัน ฉลากที่ดีควรบอกว่าใช้ส่วนไหน
  • เห็ดสดเป็นอาหาร — กินได้ปลอดภัยโดยทั่วไป แต่ปริมาณสารต่อมื้อต่างจากงานวิจัย
  • ไม่ใช่ยารักษาโรคความจำเสื่อม — ผู้ที่ความจำแย่ลงชัดเจนต้องพบแพทย์

อ่านเพิ่มที่ เห็ดยามาบูชิตาเกะ (ปุยฝ้าย) คืออะไร และ เห็ดยามาบูชิตาเกะกินตอนไหน

4 เลือกตัวไหนตามเป้าหมาย

เป้าหมาย / สถานการณ์ ตัวที่คนมักเลือก หมายเหตุ
ป่วยบ่อย อยากดูแลภูมิคุ้มกัน หลินจือ ร่วมกับการนอนพอและอาหารครบ ซึ่งสำคัญกว่าอาหารเสริม
เหนื่อยล้า อยากฟื้นตัวหลังงานหนัก หลินจือ ถ้าเหนื่อยเรื้อรังเกิน 2–3 สัปดาห์ ควรตรวจหาสาเหตุ
อยากดูแลสมาธิ ความจำในวัยทำงาน/สูงวัย ยามาบูชิตาเกะ หลักฐานยังเล็ก ผลอาจหายไปเมื่อหยุด
อยากได้ทั้งสองด้าน ใช้ร่วมกันได้ นับรวมปริมาณเห็ดจากทุกผลิตภัณฑ์
ความจำแย่ลงเร็ว หลงทาง ลืมเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ทั้งสองตัว ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

อีกข้อที่ควรรู้คือ สารสกัดเห็ดในตลาดต่างกันมาก บางผลิตภัณฑ์ใช้เส้นใยที่เลี้ยงบนเมล็ดธัญพืช ทำให้มีแป้งปนมาก ฉลากที่บอกส่วนที่ใช้ ปริมาณต่อเม็ด และมีเลข อย. ช่วยให้เลือกได้มั่นใจขึ้น

BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล · ในสูตรมี เห็ดหลินจือ 50 มก. และเห็ดยามาบูชิตาเกะ 80 มก. ตามที่ระบุบนฉลาก ร่วมกับเห็ดชิตาเกะและไมตาเกะ — ปริมาณเห็ดแต่ละตัวน้อยกว่าขนาดที่งานวิจัยหลายงานใช้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของสูตรรวม 13 ชนิด ไม่ใช่สารสกัดเห็ดเดี่ยวขนาดสูง · ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยาความดัน หรือยากดภูมิ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน · กินวันละ 1 เม็ดตามที่ฉลากระบุ

5 กินคู่กันได้ไหม โทษ และยาที่ต้องระวัง

กินคู่กันได้โดยทั่วไป และมีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่รวมเห็ดหลายชนิดไว้ในสูตรเดียว เพราะไม่มีรายงานปฏิกิริยาระหว่างสองเห็ดนี้โดยตรง สิ่งที่ต้องระวังคือการซ้อนกับยา

กลุ่ม / ยา ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หลินจืออาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ยามาบูชิตาเกะมีข้อมูลจากห้องทดลอง ปรึกษาแพทย์ สังเกตจ้ำเลือด
ยาเบาหวาน ทั้งคู่อาจมีผลต่อน้ำตาลในเลือดเล็กน้อย ตรวจน้ำตาลสม่ำเสมอ แจ้งแพทย์
ยาลดความดัน หลินจืออาจทำให้ความดันลดลงเพิ่ม สังเกตอาการหน้ามืด
ยากดภูมิ ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ โรคภูมิต้านตัวเอง เห็ดที่มีผลต่อภูมิคุ้มกันอาจรบกวนการรักษา ห้ามเริ่มเอง ต้องถามแพทย์
ก่อนผ่าตัด ความเสี่ยงเลือดออก หยุดล่วงหน้าตามที่แพทย์แนะนำ
ผู้แพ้เห็ด หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ข้อมูลความปลอดภัยไม่พอ เลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์

มีรายงานผู้ป่วยตับอักเสบรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับผงหลินจือ (Wanmuang และคณะ, 2007) แม้จะพบน้อย แต่ถ้ามีอาการตัวเหลืองตาเหลืองต้องหยุดทันที อ่านรายละเอียดครบที่ โทษของเห็ดหลินจือ และ โทษของเห็ดยามาบูชิตาเกะ

6 เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ต่อเนื่อง — หยุดทุกตัวและตรวจการทำงานของตับ
  • จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด อุจจาระดำ — โดยเฉพาะผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด
  • ความจำแย่ลงเร็ว สับสน หลงทางในที่คุ้นเคย — ต้องตรวจหาสาเหตุ เพราะบางสาเหตุรักษาได้ เช่น ไทรอยด์ ขาดวิตามินบี 12
  • ไข้สูงหลายวัน ป่วยบ่อยผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ — พบแพทย์ ไม่ควรรอผลจากเห็ด
  • ผื่นลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก — ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เห็ดหลินจือกับเห็ดยามาบูชิตาเกะต่างกันยังไง?

หลินจือมีเบต้ากลูแคนและไตรเทอร์พีน ถูกศึกษาด้านภูมิคุ้มกันและความเหนื่อยล้า · ยามาบูชิตาเกะมีเฮอริซีโนนและเอรินาซีน ถูกศึกษาด้านสมองและเส้นประสาท · หลักฐานในคนของทั้งคู่ยังเป็นงานขนาดเล็ก

เห็ดยามาบูชิตาเกะ คือ เห็ดอะไร?

คือเห็ด Hericium erinaceus หรือ Lion’s Mane คนไทยเรียกเห็ดปุยฝ้ายหรือเห็ดหัวลิง เป็นเห็ดสีขาวเป็นพู่ กินเป็นอาหารได้ และถูกศึกษาเรื่องสมองและความจำ

หลินจือกับยามาบูชิตาเกะ อันไหนดีกว่า?

ขึ้นกับเป้าหมาย · ถ้าเน้นภูมิคุ้มกันและการฟื้นตัว คนมักเลือกหลินจือ · ถ้าเน้นสมาธิและความจำ คนมักเลือกยามาบูชิตาเกะ · ไม่มีตัวไหนแทนการรักษาโรค

เห็ดหลินจือกับเห็ดยามาบูชิตาเกะกินคู่กันได้ไหม?

ได้โดยทั่วไป ไม่มีรายงานปฏิกิริยาระหว่างกันโดยตรง แต่ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยาความดัน หรือยากดภูมิ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

กินเห็ดหลินจือหรือยามาบูชิตาเกะตอนไหนดี?

กินพร้อมหรือหลังอาหารช่วยลดอาการท้องไส้ เวลาไม่สำคัญเท่าการกินสม่ำเสมอตามที่ฉลากระบุ บางคนกินหลินจือแล้วรู้สึกผ่อนคลายจึงเลือกช่วงเย็น

โทษของเห็ดหลินจือและยามาบูชิตาเกะมีอะไรบ้าง?

ที่พบบ่อยคือท้องไส้ ปากแห้ง ผื่น · หลินจือมีรายงานตับอักเสบที่พบน้อยแต่รุนแรง และอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก · ผู้แพ้เห็ดควรเลี่ยงทั้งคู่

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เห็ดหลินจือและเห็ดยามาบูชิตาเกะเป็นสารสกัดในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้ป้องกันหรือรักษามะเร็ง โรคภูมิแพ้ โรคความจำเสื่อม หรือโรคทางระบบประสาท งานวิจัยในคนส่วนใหญ่ยังเป็นงานขนาดเล็ก ห้ามหยุดหรือลดยาเองเพราะหันมากินเห็ด
  • ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้มเหมือนชา คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง เบื่ออาหารมาก ปวดใต้ชายโครงขวา หรือคันทั้งตัวในผู้ที่กินเห็ดหลินจือหรือสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน ต้องหยุดทุกตัวและพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของตับทันที
  • จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด เหงือกเลือดออก หรืออุจจาระดำ ในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดร่วมกับเห็ดหลินจือ ต้องหยุดและพบแพทย์ผู้สั่งยา · ผื่นลมพิษ ปากหรือคอบวม หายใจลำบาก หลังกินเห็ดชนิดใดก็ตาม ต้องไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยาลดความดัน ยากดภูมิ หรือกำลังจะผ่าตัด ห้ามเริ่มเห็ดสมุนไพรเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Mori K, et al. Improving effects of the mushroom Yamabushitake (Hericium erinaceus) on mild cognitive impairment: a double-blind placebo-controlled clinical trial. Phytother Res. 2009;23(3):367–372
  2. Klupp NL, et al. Ganoderma lucidum mushroom for the treatment of cardiovascular risk factors. Cochrane Database Syst Rev. 2015;(2):CD007259
  3. Wanmuang H, et al. Fatal fulminant hepatitis associated with Ganoderma lucidum (Lingzhi) mushroom powder. J Med Assoc Thai. 2007;90(1):179–181
  4. Memorial Sloan Kettering Cancer Center — About Herbs: Reishi Mushroom
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →